ปลุกกระแสคลั่งชาติสู้! แต่'วิธีการสู้'ยัง'โบราณ' เหมือน'กบอยู่ในกะลา' เปิดโลกกว้างไม่รู้อะไร
วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฏาคม 2010 เวลา 15:13 น.    พิมพ์ อีเมล

ปลุกกระแสคลั่งชาติจนเกินงาม แต่วิธีการต่อสู้กลับโบราณเหมือนเดิม เหมือนกบในกะลา เก่งแต่ในกะลา แต่เปิดโลกกว้างมาแล้ว กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย ชี้ส่งแค่ “สุวิทย์-ทีมงานไทย” ไป ไม่มีทางชนะกลับมาแน่

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า เวลานี้ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าเรื่องเขาพระวิหาร ที่มีการปลุกระดมกันมาก ทำให้ประชาชนที่ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ดีพอ หลงไปกับกระแสคลั่งชาติ

“เรื่องเขาพระวิหาร ตกเป็นของเขมร ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2505 ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 เสียง อันเป็นยุคสมัยที่รัฐบาล ที่มีคนของประชาธิปัตย์ไปแพ้คดี ซึ่งบทเรียนในอดีตก็มีให้เห็นแล้ว ว่าทำไมเราถึงแพ้ แต่ไม่ได้ทำให้นักการเมืองได้เรียนรู้ถึงยุทธวิธี และความเจริญก้าวหน้าของโลกเลย วันนี้การต่อสู้ ก็ยังใช้ยุทธวิธีเดิมๆ รัฐบาลหลายยุคที่ผ่านมา ใช้แต่นักกฎหมายไทยไปต่อสู้ ไม่ใช่ว่านักกฎหมายของเราไม่เก่ง แต่กฎหมายที่เป็นตัวชี้ขาดเหล่านี้ กำหนดโดยฝรั่งต่างชาติ อีกทั้งเขาพระวิหารมีนัยยะสำคัญคือ เขมรเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส จึงเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีอยู่ ถ้าเรายังไม่เข้าใจกระบวนการนี้ และส่งเพียงแค่นายสุวิทย์ (คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ) ไป พร้อมกับทีมงาน ก็ไม่มีทางที่จะชนะได้”นายเอกยุทธกล่าวและว่า ถ้าเราไม่กล้าใช้พลังสมองที่มีอยู่ ใช้คนให้ถูก ไม่ได้ใช้คนที่ถูกต้องตามกาลเวลาเลย ก็ไม่น่าจะมีทางสู้ได้ อยากให้เลิกนิสัยของการคิดแบบนักการเมืองโบราณเก่าๆ ที่คิดว่าเราสามารถทำเองได้ทุกอย่าง เหมือนกบในกะลา เก่งแต่ในกะลา แต่เปิดโลกกว้างมาแล้ว กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย อย่างเขมรที่ด้อยพัฒนาที่สุด มีโกงกินคอรัปชั่นมาก แต่เค้าสามารถท้าทายอำนาจอธิปไตยของประเทศเราได้ตลอด รัฐบาลไทยควรที่จะตระหนักในเรื่องนี้ให้ดี

นายเอกยุทธ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ศักดิ์ศรีของประเทศหายไปเยอะ ถ้าเรายังขัดแย้งกันอยู่ คนไทยยังตีกันเอง เอาความในไปบอกคนนอก โดยเฉพาะการที่ “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงตัวเป็นปฏิปักษ์กับประเทศไทย ไปเป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลเขมร ถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเขาเป็นถึงอดีตนายกฯ มีข้อมูล-มีความลับหลายอย่างที่ล่วงรู้ แต่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องความมั่นคงของประเทศเลย เอาแต่ใส่ใจเรื่องความมั่นคงของตัวเค้าเองมากกว่า เราจึงต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มากๆ

“ยิ่งเวลานี้มีการปลุกกระแสม็อบ-ปลุกกระแสคลั่งชาติขึ้นมาอีกแล้ว พล.ต.จำลอง (ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ) กลับมาอีกแล้ว จะมีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ หลายคนคงรับรู้ดี เพราะไม่กี่ปีมานี้ คนในชาติสามารถแตกแยกได้ขนาดนี้ บางจังหวัดแสดงอาการต่อต้านเรื่อง “สี” อย่างชัดเจน รัฐบาลก็ดีแต่เรื่องพูด ตัวนายกฯเองยังไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างปกติ ทุกวันนี้จะเห็นแต่การโต้ตอบของโฆษกทั้งหลาย มีการด่า-ใส่ร้าย พูดถึงความชั่วของฝ่ายตรงข้าม พูดแต่ความดีของฝั่งตัวเอง แต่มีสักพรรคการเมืองหรือไม่ ที่ถกเถียงกันในเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติและปากท้องของประชาชน ฝั่งหนึ่งพูดแต่จะนำทักษิณกลับมา อีกฝั่งก็บอกฝั่งนี้เป็นผู้ก่อการร้าย ตอกย้ำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์นักการเมืองได้ดี เป็นแค่กุ๊ยข้างถนนทางการเมืองเท่านั้น”นายเอกยุทธกล่าวและว่า ขณะนี้ สิงค์โปร์-อินโดนีเซีย ก้าวล้ำกว่าไทยมากมาย ของไทยมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง มีเหตุร้ายรายวัน ถ้ารัฐบาลไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้แล้ว ผลสุดท้ายความเสียหายก็จะเกิดกับประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก

ความคิดเห็น
เพิ่มความคิดเห็น
Anonymous  - การรักอธิปไตย ไม่ใช่การคลั่งชาติ   |115.87.202.xxx |30-07-2010 00:20:36
การรักอธิปไตย ไม่ใช่การคลั่งชาติ ผู้ที่คลั่งชาติคือ พวกเยอรมัน ญี่ปุ่น สมัยสงครามโลก


พวกที่ชอบพูดว่าคนที่รักอธิปไตยและดินแดน เป็นการคลั่งชาติคือแนวร่วมมุมกลับของพวกขายชาติ และของเขมร เอกยุทธ ใช้อคติส่วนตัว ถ้าพวกขรก และ นักการเมืองเฮงซวยปกป้องชาติ คงไม่ต้องให้พันธมิตรออกมาหรอก แล้วนายเอกยุทธเห็นว่ารักชาติมากไม่ใช่เหรอ หายหัวไปไหน
ถูกของยุด  - ถูกของยุด   |125.25.237.xxx |30-07-2010 00:56:25
อิอิอิ
แตะไม่ได้เลย สาวกเจ๊งลิ้มกะมหาจำลองคลั่งกันใหญ่
นาท   |124.120.5.xxx |30-07-2010 02:27:39
อยากให้คนไทยสามัคคีกัน ความคิดเห็นดี ๆ สมควรจะรีบนำมาใช้ เพื่อประเทศไทยของเรา
ไม่คลั่งชาติก็ขอทานแทนเขมร   |58.9.73.xxx |30-07-2010 03:26:36
ถ้าไม่คลั่งชาติคือแบบไหน ยกให้เขมรไปหมดเลย หรือ ไทยรอเศษๆ ช่วงนี้ฝรั่งจนกรอบก็รู้อยู่ เตรียมมารุมทึ้งแถวๆนี้แหละ แล้วไทยได้อะไรบ้าง เขมรได้แน่นอน และน่าจะมากกว่ามาก เพราะเขมรฉลาดกว่าไทย
...   |110.164.91.xxx |30-07-2010 04:38:27
แปลว่ายกให้เขาไปเลย1.8ล้านไร่ แถมปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด ปราสาทสะด๊กก๊กธมไปด้วย
แล้วก็แถมน้ำมันในอ่าวไทยไปด้วย ยกให้เขาไปเลย จบๆกันไป
แบบนี้ใช่ไม๊ที่คนเขียนคอลัมต้องการ
...   |58.8.226.xxx |30-07-2010 05:22:47
ผมว่าเอกยุทธน่าจะเกิดทันน่ะ 2505 ถูกครับ..ปราสาทเขาวิหารตกเป็นของเขมรตั้งแต่ปี 2505 แต่เฉพาะตัวปราสาทครับ เขมรพยายามแนบแผนที่ 1:2แสนเข้าพิจารณาในครั้งนั้นด้วย แต่ศาลโลกตัดสินให้เฉพาะตัวปราสาท โดยที่ศาลโลกไม่รับพิจารณาแผนที่ บริเวรรอบปราสาท อันเนื่องมาจากแผนที่ที่เขมรใช้ เพราะผิดหลักสากลอย่างชัดเจน ยังไงๆตัวปราสาทก็ตั้งอยู่หลังแนวสันปันน้ำซึี่งเป็...
.....   |58.8.226.xxx |30-07-2010 05:28:51
ยังไงๆตัวปราสาทก็ตั้งอยู่หลังแนวสันปันน้ำซึี่งเป็นดินแดนของไทย ให้เอกยุทธไปหาคำพิพากษามาอ่านเอาเหอะ เดี๋ยวจะผิดอีก search เอาใน google ก็ได้ เป็นต้นฉบับอังกฤษ อ่านให้หมดแล้วว่ามาว่ากันใหม่
.....   |58.8.226.xxx |30-07-2010 05:29:06
เพราะเหตุครั้งนั้น จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ล้อมลวดหนาม ตั้งแต่ตีนบันไดรอบตัวปราสาท แต่พื้นดินด้านล่างเป็นของไทย 100 เปอเซนต์ การที่ผนวกเอาดินแดนด้านล่างของไทยผนวกเข้าไป คุณเอกยุทธยังว่าถูกหรือ ???
Anonymous   |112.142.99.xxx |30-07-2010 17:10:19
ผมคนศรีสะเกษโดยกำเนิด เรียน ทำงานที่นี้ ขอแสดงความคิดเห็น เราแพ้คดีเขาพระวิหารเมื่อ2505 เขมรเขจ้าครอบครองมาหลายปี จนเมื่อประมาณ2540 ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยเงื่อนไขแบ่งรายได้จากบัตรผ่านแดนฯ ผลคือประชาชนฝั่งไทยได้ทำมาค้าขาย มีผู้คนมาเยี่ยมชมมากมาย หากเป็นมรดกโลกสนามบินอุบลฯครึกครื้น ถนนสายอุบล-กันทราลักษณ์ - เขาพระวิหาร ขยาย4-6เลนแน่ๆ การค้า ...
p   |125.24.117.xxx |30-07-2010 20:00:46
ต้องการสื่ออะไร เรารักชาติมากไปหรือเปล่า
เราหวงแผ่นดินที่บูรพกษัตย์ นี้สร้างไว้ให้ผิดตรงไหน แล้วผู้เขียนรักแผ่นดินที่เกิดบ้างหรือเปล่า
อย่าเห็นแค่ตรงหน้าเกินไป   |58.9.71.xxx |30-07-2010 20:25:27
มองคนคิดสั้นมองการณ์สั้น คิดแต่ว่าไทยดีกว่าเหนือกว่า สนามบินอุบลเล็กนิดเดียว และเขมรก็พัฒนาไม่ได้หยุด มีกาสิโน มีทุนสนับสนุน อาจจะตัดรถไฟความเร็วสูงจากพนมเปญถึงเขาพระวิหารในอนาคตได้ แล้วถึงอนาคตตอนนั้น คนไทยก็คงได้แต่ก่นด่าบรรพบุรุษที่เสียรู้เขาไปเท่านั้น
Anonymous   |58.8.231.xxx |31-07-2010 02:24:17
ยอมเขมรมากไป ไทยจะไม่มีเวทีให้ยืนนะ
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล์:
 
หัวข้อ:
กรุณาใส่ anti-spam code

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 

จำนวนผู้อ่าน

จำนวนผู้อ่าน: 987